STD/STI · HIV · Syphilis · Hepatitis

ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
STD/STI ควรตรวจอะไรบ้าง?

Sexual health testing: HIV, syphilis, hepatitis and more

🏥 ใกล้บ้าน คลินิก สันทราย เชียงใหม่ทบทวนโดยแพทย์อัปเดต 2026-06-17🔒 ตรวจอย่างเป็นส่วนตัว
เขียนและทบทวนโดยแพทย์
พญ.วิธิดา จึงวิโรจน์ และ นพ.ธีรฉัตร พรรณเชษฐ์
แพทย์ด้านอายุรกรรม / โลหิตวิทยา · ใกล้บ้าน คลินิก สันทราย เชียงใหม่
อัปเดตล่าสุด: 2026-06-17

ข้อควรทราบ: บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ได้ หากมีความเสี่ยงล่าสุด มีอาการผิดปกติ หรือกังวลเรื่องผลตรวจ ควรปรึกษาแพทย์โดยตรง
This article is for general information and does not replace medical consultation.

STD/STI คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

What are STD and STI?

STI ย่อมาจาก Sexually Transmitted Infection คือการติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ บางคนอาจยังไม่มีอาการแต่ยังมีการติดเชื้อและอาจแพร่เชื้อได้ ส่วน STD มักใช้เมื่อการติดเชื้อนั้นเริ่มทำให้เกิดโรคหรืออาการแล้ว ในชีวิตจริงหลายคนใช้สองคำนี้แทนกันได้

สรุปเรื่องนี้

การตรวจ STD/STI ควรเลือกตามความเสี่ยงและช่วงเวลาหลังสัมผัสโรค การตรวจอาจรวม HIV ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบ หนองใน และโรคอื่นตามอาการหรือพฤติกรรมเสี่ยง หากมีอาการหรือกังวลควรพบแพทย์เพื่อเลือกการตรวจและรักษาที่เหมาะสม

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก รวมถึงการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งบางกรณี การตรวจคัดกรองจึงช่วยให้พบเชื้อเร็ว รักษาได้เหมาะสม และลดการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น

หลายโรคอาจไม่มีอาการ

ไม่มีผื่น ไม่มีแผล หรือไม่มีตกขาวผิดปกติ ไม่ได้แปลว่าไม่มีการติดเชื้อเสมอไป หากมีความเสี่ยงหรือมีคู่นอนใหม่ การตรวจคัดกรองเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าในการดูแลสุขภาพ

ใครควรพิจารณาตรวจ STD/STI?

Who should consider sexual health testing?

ที่ใกล้บ้าน คลินิก ตรวจอะไรได้บ้าง?

Available tests at Klaibaan Clinic

ใกล้บ้าน คลินิก สันทราย เชียงใหม่ ให้บริการปรึกษาและตรวจเลือดด้านสุขภาพทางเพศอย่างเป็นส่วนตัว โดยแพทย์ช่วยเลือกชุดตรวจตามความเสี่ยง อาการ และช่วงเวลาที่สัมผัสเชื้อ รายการตรวจที่สามารถพิจารณาได้ เช่น

รายการตรวจใช้ประเมินอะไรข้อควรรู้
HIV Ab/Agตรวจคัดกรองการติดเชื้อ HIVควรแจ้งวันที่มีความเสี่ยง เพราะมีช่วง window period และอาจต้องตรวจซ้ำตามแพทย์แนะนำ
Syphilis Antibodyตรวจคัดกรองซิฟิลิสบางกรณีอาจต้องตรวจยืนยันหรือติดตามค่าเพิ่มเติม เพื่อแยกการติดเชื้อเก่ากับการติดเชื้อปัจจุบัน
Hepatitis B Antigen (HBsAg)ประเมินการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีช่วยคัดกรองว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่
Hepatitis B Antibody (Anti-HBs)ประเมินภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบีใช้ดูภูมิจากวัคซีนหรือการติดเชื้อในอดีต แพทย์จะช่วยแปลผลร่วมกับประวัติ
Hepatitis C Antibody (Anti-HCV)คัดกรองการเคยสัมผัสไวรัสตับอักเสบซีผลบวกอาจต้องตรวจยืนยันเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีการติดเชื้ออยู่หรือไม่
Hepatitis A IgM/IgGประเมินการติดเชื้อหรือภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอพิจารณาตามอาการ ประวัติสัมผัสโรค การเดินทาง หรือความเสี่ยงเฉพาะราย

บางอาการ เช่น หนองไหล ตกขาวผิดปกติ หรือปัสสาวะแสบขัด อาจต้องตรวจเพิ่มเติมจากปัสสาวะหรือส่งตรวจเฉพาะทางตามดุลยพินิจแพทย์ ไม่ใช่ทุกโรคจะตรวจจากเลือดได้ทั้งหมด

บริการแบบเป็นส่วนตัวและไม่ตัดสิน

การตรวจ STD/STI เป็นเรื่องสุขภาพทั่วไป คลินิกให้บริการอย่างเป็นความลับ อธิบายผลตรวจและแนวทางดูแลต่ออย่างตรงไปตรงมา โดยคำนึงถึงความสบายใจของผู้รับบริการ

ควรตรวจเมื่อไรหลังมีความเสี่ยง?

Timing after exposure and window period

แต่ละโรคและแต่ละชนิดการตรวจมีระยะเวลาที่เริ่มตรวจพบไม่เท่ากัน หรือที่เรียกว่า window period หากตรวจเร็วเกินไป ผลอาจยังไม่ขึ้นแม้มีการติดเชื้อ ดังนั้นควรแจ้งแพทย์ว่าเกิดความเสี่ยงเมื่อไร เพื่อวางแผนตรวจครั้งแรกและกำหนดเวลาตรวจซ้ำหากจำเป็น

หากเสี่ยง HIV ล่าสุด อย่ารอ

หากเพิ่งมีความเสี่ยงต่อ HIV ภายในไม่กี่วัน ควรติดต่อสถานพยาบาลทันทีเพื่อประเมิน PEP เพราะ PEP ต้องเริ่มโดยเร็วและมีกรอบเวลาที่จำกัด การรอตรวจอย่างเดียวอาจทำให้พลาดช่วงเวลาสำคัญในการป้องกัน

ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนมาตรวจ?

How to prepare before testing

ผลตรวจออกแล้วควรทำอย่างไรต่อ?

After you get the results

ผลตรวจควรแปลร่วมกับประวัติความเสี่ยง ช่วงเวลาที่ตรวจ และอาการ ไม่ควรแปลผลเองจากคำว่า “บวก” หรือ “ลบ” เพียงอย่างเดียว เพราะบางรายการต้องตรวจซ้ำ ยืนยันผล หรือวางแผนติดตามต่อ

ตรวจเร็วเกินไป ผลลบเชื่อถือได้ไหม?

Window period and follow-up testing

หลังมีความเสี่ยง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แต่ละชนิดมีช่วงเวลาที่ตรวจพบได้ไม่เท่ากัน ผลตรวจที่เป็นลบในช่วงแรกอาจยังสรุปไม่ได้เสมอไป แพทย์จึงอาจแนะนำตรวจซ้ำตามช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากชนิดความเสี่ยง วันที่สัมผัส ความเสี่ยงของคู่นอน อาการ และผลตรวจครั้งแรก

ควรมาพบแพทย์เร็วเป็นพิเศษในกรณีต่อไปนี้
  • มีความเสี่ยงต่อ HIV และยังอยู่ในช่วงที่อาจพิจารณา PEP
  • มีแผลบริเวณอวัยวะเพศ ผื่น ตกขาวผิดปกติ ปัสสาวะแสบขัด หรือปวดอัณฑะ/ปวดท้องน้อย
  • คู่สัมผัสได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น STI
  • ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์
  • ต้องการคำแนะนำเรื่องการป้องกันระยะยาว เช่น PrEP หรือการใช้ถุงยางอย่างเหมาะสม

ความเป็นส่วนตัวสำคัญมาก

การตรวจ STI ควรเป็นพื้นที่ที่ผู้ป่วยเล่าเหตุการณ์ได้อย่างปลอดภัยและไม่ถูกตัดสิน ข้อมูลที่ครบถ้วนช่วยให้เลือกชนิดการตรวจ ระยะเวลาการตรวจซ้ำ และการดูแลคู่สัมผัสได้เหมาะสมขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Frequently asked questions

ตรวจ STD/STI เป็นความลับไหม?

เป็นความลับตามจริยธรรมทางการแพทย์ คลินิกให้บริการในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและไม่ตัดสิน

ไม่มีอาการ ยังควรตรวจไหม?

ควรพิจารณาตรวจหากมีความเสี่ยง เพราะหลายโรคไม่มีอาการในช่วงแรก แต่ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพและแพร่เชื้อได้

ตรวจครั้งเดียวพอไหม?

ขึ้นกับชนิดของเชื้อและช่วงเวลาที่ตรวจ หากตรวจเร็วหลังมีความเสี่ยง แพทย์อาจแนะนำตรวจซ้ำเพื่อความมั่นใจ

ควรตรวจพร้อมคู่สัมพันธ์หรือไม่?

หากมีผลตรวจผิดปกติหรือมีความเสี่ยงร่วมกัน การชวนคู่สัมพันธ์มาตรวจและรักษาพร้อมกันช่วยลดโอกาสติดเชื้อซ้ำและลดการแพร่เชื้อ แต่ควรทำอย่างปลอดภัยและเคารพความเป็นส่วนตัวของทุกฝ่าย

ตรวจ STD/STI ต้องงดอาหารไหม?

โดยทั่วไปการตรวจเลือดด้าน HIV ซิฟิลิส หรือไวรัสตับอักเสบไม่จำเป็นต้องงดอาหาร แต่ถ้าตรวจสุขภาพรายการอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำตาลหรือไขมัน อาจต้องงดอาหารตามคำแนะนำของคลินิก

ถ้าผลตรวจผิดปกติ ต้องทำอย่างไร?

ควรพบแพทย์เพื่อแปลผล ยืนยันผลเมื่อจำเป็น และวางแผนรักษาหรือติดตาม ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะโรคแต่ละชนิดมีแนวทางรักษาและการติดตามแตกต่างกัน

ควรแจ้งข้อมูลตามจริงกับแพทย์

การแจ้งวันที่มีความเสี่ยง ลักษณะความเสี่ยง อาการ และผลตรวจเดิม ช่วยให้แพทย์เลือกตรวจได้เหมาะสมและลดโอกาสแปลผลผิดจาก window period

แหล่งข้อมูลประกอบ

References

ต้องการตรวจ STD/STI อย่างเป็นส่วนตัว?

ปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกชุดตรวจที่เหมาะกับความเสี่ยงของคุณ
Walk-in welcome · จ–ศ 17:00–20:00 | เสาร์ 13:00–17:00