พญ.วิธิดา จึงวิโรจน์ และ นพ.ธีรฉัตร พรรณเชษฐ์
แพทย์ด้านอายุรกรรม / โลหิตวิทยา · ใกล้บ้าน คลินิก สันทราย เชียงใหม่
อัปเดตล่าสุด: 2026-06-18
ข้อควรทราบ: บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการทำงานของไตและการตีความผลเลือด ค่าอ้างอิงอาจแตกต่างกันตามห้องปฏิบัติการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตีความผลร่วมกับอาการและประวัติสุขภาพ
Reference ranges may vary by laboratory. Always interpret results with your physician.
ไตกรองของเสียออกจากเลือดผ่านผลตรวจ Creatinine และ eGFR เป็นค่าหลักบอกสมรรถภาพไต eGFR ≥ 60 มักถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ควรดูร่วมกับผลปัสสาวะ อายุ โรคประจำตัว และบริบทของแต่ละคน หาก eGFR ต่ำกว่า 60 ต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน อาจเข้าได้กับโรคไตเรื้อรัง ผู้ที่เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงควรตรวจไตอย่างน้อยปีละครั้งแม้ไม่มีอาการ
ไตเป็นอวัยวะที่ทำงานอย่างเงียบๆ ไม่มีเส้นประสาทรับความเจ็บปวดมากนักในระยะต้น โรคไตเรื้อรังจึงมักถูกตรวจพบช้า หลายคนทราบว่าไตเสื่อมก็ต่อเมื่อโรคค่อนข้างมากแล้ว เพราะระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน บทความนี้อธิบายวิธีทำงานของไต ค่าตรวจเลือดที่เกี่ยวข้อง และเหตุใดการตรวจสม่ำเสมอจึงสำคัญ
ไตทำงานอย่างไร?
How the kidneys workไตสองข้างทำหน้าที่กรองเลือดราว 180 ลิตรต่อวัน เพื่อขับของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ ปรับสมดุลกรด-ด่าง ผลิตฮอร์โมนควบคุมความดันและการสร้างเม็ดเลือดแดง การทำงานของไตวัดได้จากหลายค่าในเลือดและปัสสาวะ
ผลตรวจเลือดที่บอกการทำงานของไต
Key blood tests for kidney function1. Creatinine
Creatinine เป็นของเสียจากกระบวนการใช้พลังงานในกล้ามเนื้อ ไตมีหน้าที่กรองออกทางปัสสาวะ หาก Creatinine ในเลือดสูง แสดงว่าไตกรองได้น้อยลง
| กลุ่ม | ค่า Creatinine ปกติ (โดยประมาณ) |
|---|---|
| ผู้ชาย | 0.7 – 1.2 mg/dL |
| ผู้หญิง | 0.5 – 1.0 mg/dL |
ค่า Creatinine สูงชั่วคราวได้จากการออกกำลังกายหนัก ภาวะขาดน้ำ กินโปรตีนสูง หรือยาบางชนิด ควรตีความร่วมกับ eGFR และประวัติผู้ป่วยเสมอ
2. eGFR (estimated Glomerular Filtration Rate)
eGFR คืออัตราการกรองของไตที่ประมาณจากสูตรคำนวณโดยใช้ค่า Creatinine ร่วมกับอายุและเพศ ช่วยประเมินสมรรถภาพการกรองของไตโดยประมาณ
| ระดับ eGFR (mL/min/1.73m²) | ความหมาย |
|---|---|
| ≥ 90 | ปกติหรือสูง (อาจมีความผิดปกติอื่นแม้ eGFR ดี) |
| 60 – 89 | ลดลงเล็กน้อย — ควรติดตาม |
| 45 – 59 | โรคไตเรื้อรังระยะ 3a — ควรพบแพทย์ |
| 30 – 44 | โรคไตเรื้อรังระยะ 3b — ดูแลอย่างใกล้ชิด |
| 15 – 29 | โรคไตเรื้อรังระยะ 4 — วางแผนรักษาระยะยาว |
| < 15 | ไตวายระยะสุดท้าย — อาจต้องฟอกไตหรือปลูกถ่าย |
3. BUN (Blood Urea Nitrogen)
BUN คือของเสียจากการสลายโปรตีนที่ไตกรองออก ค่าปกติประมาณ 7–20 mg/dL BUN สูงได้จากทั้งไตเสื่อม ขาดน้ำ กินโปรตีนมาก หรือเลือดออกในทางเดินอาหาร มักใช้ดูร่วมกับ Creatinine ในอัตราส่วน BUN/Creatinine
4. Uric Acid
กรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) เกิดจากไตขับออกไม่พอ นอกจากทำให้เป็นโรคเกาต์แล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงโรคไตเรื้อรังด้วย ค่าปกติในผู้ชายประมาณ 3.5–7.2 mg/dL และผู้หญิงประมาณ 2.6–6.0 mg/dL
5. Urine microalbumin / Urine albumin-creatinine ratio (UACR)
การมีโปรตีน albumin รั่วออกมาในปัสสาวะในปริมาณน้อยๆ (microalbuminuria) เป็นสัญญาณเริ่มต้นของความเสียหายต่อไต พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวานและความดัน แม้ eGFR จะยังปกติ การตรวจนี้จึงมีประโยชน์มากสำหรับการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะต้น
ทำไมเบาหวานและความดันโลหิตสูงทำลายไต?
Why diabetes and hypertension damage kidneysเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นสองสาเหตุหลักของโรคไตเรื้อรัง (CKD) ในประเทศไทยและทั่วโลก
- เบาหวาน — น้ำตาลสูงเรื้อรังทำลายหลอดเลือดเล็กๆ ในไต (glomerulus) ทำให้โปรตีนรั่วออกและไตค่อยๆ เสื่อม กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายปีและไม่มีอาการในระยะต้น
- ความดันโลหิตสูง — ทำให้หลอดเลือดในไตหนาตัวและแข็งตัว ลดการไหลเวียนเลือดผ่านไต ส่งผลให้ไตเสื่อมสมรรถภาพในระยะยาว
ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงควรตรวจ Creatinine, eGFR และ Urine microalbumin อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะที่ยังชะลอความเสื่อมได้
อาการของไตเสื่อม — ทำไมจึงรู้ตัวช้า?
Why kidney disease is often silentในระยะต้นโรคไตเรื้อรังมักไม่มีอาการเลย เนื่องจากไตมีความสามารถสำรอง (reserve capacity) สูง เมื่อไตเริ่มแสดงอาการ มักหมายความว่าสมรรถภาพไตเหลือน้อยกว่า 25–30% แล้ว
อาการที่อาจพบเมื่อไตเสื่อมมากขึ้น ได้แก่
- บวมที่ขา ข้อเท้า หรือใบหน้า โดยเฉพาะตอนเช้า
- ปัสสาวะเป็นฟองมาก หรือมีสีผิดปกติ
- ปัสสาวะลดลงหรือบ่อยผิดปกติ
- อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร
- ซีด (จากการสร้าง erythropoietin ลดลง)
- คันตามผิวหนังโดยไม่มีสาเหตุ
- ความดันโลหิตสูงขึ้นโดยควบคุมยากขึ้น
ดูแลไตให้ยืนยาวได้อย่างไร?
How to protect your kidneys- ควบคุมน้ำตาลและความดันให้ได้เป้าหมาย — เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชะลอไตเสื่อม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ — ประมาณ 1.5–2 ลิตรต่อวัน (ในคนปกติ)
- หลีกเลี่ยงยาแก้ปวด NSAIDs ระยะยาว — เช่น ibuprofen, diclofenac ซึ่งทำลายไตได้
- จำกัดอาหารเค็ม — เกลือโซเดียมสูงเพิ่มความดันและภาระต่อไต
- ไม่กินยาสมุนไพรที่ไม่ทราบส่วนผสม — บางชนิดมีสารที่เป็นพิษต่อไต
- ตรวจเลือดสม่ำเสมอตามแพทย์แนะนำ
คำถามที่พบบ่อย
Frequently asked questionsCreatinine คืออะไร ค่าปกติเท่าไหร่?
Creatinine คือของเสียจากกล้ามเนื้อที่ไตกรองออก ค่าปกติในผู้ชาย 0.7–1.2 mg/dL ผู้หญิง 0.5–1.0 mg/dL ค่าสูงบ่งชี้ว่าไตกรองได้ลดลง แต่ต้องตีความร่วมกับ eGFR
eGFR คืออะไร?
eGFR คืออัตราการกรองของไตที่ประมาณจาก Creatinine อายุ เพศ และเชื้อชาติ ช่วยประเมินสมรรถภาพการกรองของไตโดยประมาณ โดยทั่วไป eGFR ≥ 60 mL/min/1.73m² มักถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ต้องดูร่วมกับผลปัสสาวะและบริบทของแต่ละคน
ทำไมผู้ป่วยเบาหวานและความดันต้องตรวจไตบ่อย?
เพราะทั้งสองโรคทำลายหลอดเลือดเล็กในไตอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่มีอาการ การตรวจสม่ำเสมอช่วยตรวจพบตั้งแต่ระยะต้นที่ยังชะลอความเสื่อมได้
ไตเสื่อมมีอาการอะไรบ้าง?
ระยะต้นมักไม่มีอาการ เมื่อเสื่อมมากขึ้นอาจพบบวม ปัสสาวะเป็นฟอง อ่อนเพลีย ซีด คัน และความดันสูง เนื่องจากอาการปรากฏช้า การตรวจเลือดจึงสำคัญมาก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Referencesต้องการตรวจการทำงานของไต?
ใกล้บ้าน คลินิก สันทราย ให้บริการตรวจ Creatinine, eGFR, BUN, Uric acid และ Urine microalbumin พร้อมคำอธิบายผลจากแพทย์
จันทร์–ศุกร์ 17:00–20:00 น. · เสาร์ 13:00–17:00 น.